ดอกเบี้ยรถ 3% แพงกว่าดอกเบี้ยบ้าน 4% — เข้าใจให้ทันก่อนเซ็น
ดอกเบี้ยเช่าซื้อรถเป็นแบบเงินต้นคงที่ (flat rate) คิดจากยอดจัด เต็มก้อนคูณจำนวนปี แล้วหารเฉลี่ยลงทุกงวดเท่ากันหมด เช่น ยอดจัด ฿680,000 ดอกเบี้ย 3% ผ่อน 5 ปี เสียดอกเบี้ย ฿102,000 — คิดจาก ฿680,000 เต็มจำนวน ทั้ง 60 งวด ทั้งที่ผ่อนไปครึ่งสัญญา หนี้จริงเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว
ส่วนสินเชื่อบ้านเป็นแบบลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยคิดจากหนี้ที่เหลืออยู่จริง ในแต่ละเดือน ตัวเลขสองแบบนี้จึงเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ ต้องแปลงให้เป็นแบบเดียวกันก่อน และเมื่อแปลงแล้ว flat rate จะโตขึ้นเกือบสองเท่าเสมอ
| ดอกเบี้ยคงที่ (ที่โชว์รูมบอก) | ลดต้นลดดอก (ที่จ่ายจริง) |
|---|---|
| 2% | 3.82% |
| 2.5% | 4.73% |
| 3% | 5.64% |
| 4% | 7.42% |
| 5% | 9.16% |
| 6% | 10.85% |
| 8% | 14.13% |
ตารางนี้คิดที่ 60 งวด ระยะผ่อนอื่นต่างจากนี้เล็กน้อย (สั้นกว่าถ่างกว่า ยาวกว่าแคบลง) ทางลัดที่จำง่าย: เห็น flat เท่าไร คูณ 1.8 ไว้ก่อน นี่คือเหตุผลที่ประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารต้องแสดงสองคอลัมน์คู่กันเสมอ เช่น flat 3.18% คู่กับลดต้นลดดอก 6.04%
เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย — เช็คก่อนเซ็นทุกครั้ง
สัญญาเช่าซื้อที่ทำตั้งแต่ 10 มกราคม 2566 อยู่ใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา (สคบ.) พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีแบบลดต้นลดดอก ไว้สามระดับ: รถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% สังเกตว่าเพดานกำหนดที่ฝั่ง “ลดต้นลดดอก” ไม่ใช่ฝั่ง flat — flat 5.5% ในสัญญา 60 งวดแปลงได้ราว 10% จึงเป็นจุดที่รถใหม่เริ่มชนเพดานพอดี เครื่องคำนวณข้างบนเตือนให้อัตโนมัติเมื่อตัวเลขเกิน
ค่างวดรถมือสองมี VAT ซ่อนอยู่
รถใหม่ป้ายแดงราคารวม VAT มาแล้ว ค่างวดที่เสนอจึงเป็น (ยอดจัด + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวด ตรงๆ แต่รถมือสองที่จัดผ่านไฟแนนซ์ ธรรมเนียมที่พบทั่วไปคือบวก VAT 7% เพิ่มบนค่างวดอีกชั้น ตามตัวอย่างการคำนวณที่ธนาคารเผยแพร่เอง เช่น ยอดจัด 360,000 บาท flat 5% ผ่อน 48 งวด ค่างวดฐานคือ 9,000 บาท แต่ยอดเรียกเก็บจริงคือ 9,630 บาท — ส่วนต่างนี้ทำให้ต้นทุนแท้จริงกระโดดจากราว 9.2% เป็น 12.8% ต่อปี เวลาเทียบข้อเสนอหลายเจ้า ให้ถามทุกเจ้าว่า “ค่างวดที่บอก รวม VAT แล้วหรือยัง” ก่อนเสมอ ไม่งั้นเทียบผิดคัน
โปะไม่ได้ แต่ปิดก่อนกำหนดได้ — และส่วนลดมีกฎหมายคุม
สินเชื่อรถต่างจากสินเชื่อบ้านตรงที่โปะรายเดือนไม่ช่วยลดดอกเบี้ย เพราะดอกเบี้ยทั้งสัญญาถูกล็อกไว้ตั้งแต่วันเซ็น จ่ายเกินไปงวดหนึ่งก็แค่ถูกนับเป็น ค่างวดล่วงหน้า ทางเดียวที่ลดดอกเบี้ยได้จริงคือปิดบัญชีทั้งก้อน ซึ่งประกาศ สคบ. 2565 บังคับส่วนลดขั้นต่ำของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระไว้ตามช่วง: ผ่อนมาไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนงวดได้ลด 60% เกินหนึ่งในสามถึงสองในสามได้ลด 70% และเกินสองในสามได้ลดเต็ม 100%
มีรายละเอียดที่คนพลาดบ่อยสองข้อ ข้อแรก ดอกเบี้ยที่ “ยังไม่ถึงกำหนด” ไม่ได้หารเฉลี่ยเท่ากันทุกงวด — กฎหมายให้แยกงวดแบบลดต้นลดดอก งวดต้นสัญญาจึงกินดอกเบี้ยก้อนโตไปก่อนแล้ว ยิ่งปิดเร็ว ดอกเบี้ยส่วนที่เหลือให้ลด ยิ่งน้อยกว่าที่คิด ข้อสอง ส่วนลดไม่ใช่ 100% เสมอไป เช่นสัญญาตัวอย่าง 60 งวด ปิดที่งวด 20 ยังต้องจ่าย ฿493,089 (ประหยัด ฿28,271) ขณะที่รอปิดงวด 41 จ่าย ฿236,372 แล้วดอกเบี้ยที่เหลือหายทั้งก้อน เพราะข้ามเข้าช่วงส่วนลด 100% พอดี
ดาวน์มาก ผ่อนสั้น คือเครื่องมือลดดอกเบี้ยตัวจริง
เพราะดอกเบี้ยคิดจากยอดจัดคูณจำนวนปีตรงๆ คันโยกจึงมีแค่สองอัน:ลดยอดจัด (ดาวน์เพิ่ม) กับลดจำนวนปี (ผ่อนสั้นลง) ตัวอย่างเดิม ดาวน์เพิ่มจาก 15% เป็น 25% ดอกเบี้ยรวมลดจาก ฿102,000 เหลือ ฿90,000 และถ้าผ่อน 48 งวดแทน 60 ดอกเบี้ยเหลือ ฿81,600 — ได้ผลแรงกว่าต่อรองดอกเบี้ยลงแค่ 0.1–0.2% หลายเท่า ส่วนโปรดาวน์ 0% ที่ค่างวดดูเบา จริงๆ คือการย้ายราคารถทั้งคันไปคิดดอกเบี้ย
ก่อนออกรถ อย่าลืมภาพรวมหนี้ทั้งบ้าน
ค่างวดรถเป็นภาระผูกพันยาว 4–7 ปีที่ธนาคารนับรวมเวลาพิจารณาสินเชื่อบ้าน ถ้ามีแผนกู้บ้านในสองสามปีข้างหน้า ลองคำนวณ ค่างวดผ่อนบ้าน ควบคู่ไปด้วยว่าภาระรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ธนาคารรับได้หรือไม่ และถ้าเป้าหมายคือลดภาษีปลายปี ดอกเบี้ยรถใช้ลดหย่อนไม่ได้ (ต่างจากดอกเบี้ยบ้าน) ดูสิทธิที่ใช้ได้จริงที่ เครื่องคำนวณลดหย่อนภาษี