ภาษีขั้นบันไดทำงานอย่างไร
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเรื่องภาษีเงินได้คือคิดว่าเงินเดือนขึ้นแล้วข้ามขั้น จะโดนเก็บอัตราใหม่กับรายได้ทั้งก้อน ความจริงคืออัตราที่สูงขึ้นใช้เฉพาะกับเงินได้ส่วนที่เกินขั้นนั้นเท่านั้น
สมมติเงินได้สุทธิ 310,000 บาท การคำนวณจะแยกเป็นชั้นๆ คือ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วน 150,001–300,000 บาทเสีย 5% เป็นเงิน 7,500 บาท และเฉพาะ 10,000 บาทที่เกิน 300,000 เท่านั้นที่เสีย 10% เป็นเงิน 1,000 บาท รวมภาษีทั้งสิ้น 8,500 บาท ไม่ใช่ 31,000 บาท ตามที่หลายคนเข้าใจ
ผลที่ตามมาคือ การได้เงินเดือนเพิ่มไม่มีทางทำให้เงินเหลือหลังภาษีลดลง การปฏิเสธโบนัสหรือการขึ้นเงินเดือนเพราะกลัวข้ามขั้นภาษีจึงไม่มีเหตุผลรองรับ
ห้าขั้นตอนที่ระบบใช้คำนวณ
เครื่องคำนวณด้านบนทำตามลำดับเดียวกับแบบ ภ.ง.ด.90/91 ของกรมสรรพากร ซึ่งลำดับมีผลต่อผลลัพธ์จริง โดยเฉพาะเงินบริจาคที่ต้องหักหลังสุด
- รวมเงินได้พึงประเมินทั้งปี ทั้งเงินเดือน โบนัส และรายได้จากช่องทางอื่น
- หักค่าใช้จ่าย เงินเดือนและค่าจ้างหักได้ 50% แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท เพดานนี้ทำให้คนเงินเดือนสูงหักได้เท่ากันหมด
- หักค่าลดหย่อน ส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา ประกัน กองทุนต่างๆ และดอกเบี้ยบ้าน แต่ละรายการมีเพดานของตัวเอง และบางกลุ่มยังมีเพดานรวมอีกชั้น
- หักเงินบริจาค ต้องอยู่ท้ายสุดเพราะเพดานคิดเป็น 10% ของเงินได้ที่เหลือหลังหักทุกอย่างแล้ว
- คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ ตามอัตราขั้นบันได แล้วเทียบกับภาษีขั้นต่ำถ้าเข้าเงื่อนไข
ตัวอย่างจริงสามเคส
เคสที่ 1 — เงินเดือน 25,000 บาท ยังไม่ต้องเสียภาษี
เงินได้ทั้งปี 300,000 บาท หักค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท (50% คือ 150,000 แต่ติดเพดาน) เหลือ 200,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และเงินสมทบประกันสังคมอีก 10,500 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 129,500 บาท ซึ่งยังไม่ถึง 150,000 บาท จึงไม่ต้องเสียภาษี แต่ยังต้องยื่นแบบตามกฎหมาย
เคสที่ 2 — เงินเดือน 50,000 บาท เสียภาษี 20,450 บาท
เงินได้ทั้งปี 600,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท เหลือ 500,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคมรวม 70,500 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 429,500 บาท
ภาษีคำนวณเป็นชั้น คือ 150,000 บาทแรกยกเว้น ส่วน 150,000 บาทถัดมาเสีย 5% เป็นเงิน 7,500 บาท และ 129,500 บาทที่เหลือเสีย 10% เป็นเงิน 12,950 บาทรวมภาษีทั้งปี 20,450 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละราว 1,700 บาท
จุดที่น่าสังเกตคือ แม้จะอยู่ในขั้น 10% แล้ว แต่อัตราภาษีที่แท้จริงเทียบกับรายได้ทั้งหมดอยู่ที่เพียง 3.4% เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนภาระจริงได้ดีกว่าอัตราขั้นบันได
เคสที่ 3 — ฟรีแลนซ์ที่ขั้นบันไดคิดได้น้อย แต่ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ
ผู้รับจ้างทำของมีเงินได้ทั้งปี 2,000,000 บาท มีค่าใช้จ่ายจริง 1,700,000 บาท เหลือ 300,000 บาท หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 240,000 บาท คำนวณตามขั้นบันไดได้ภาษีเพียง 4,500 บาท
แต่เพราะเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 120,000 บาท จึงต้องคำนวณอีกวิธีคือ0.5% ของเงินได้พึงประเมินก่อนหักค่าใช้จ่าย ได้เท่ากับ 10,000 บาท เมื่อเกิน 5,000 บาทและสูงกว่าวิธีขั้นบันได จึงต้องเสียภาษี 10,000 บาท ไม่ใช่ 4,500 บาท
กฎข้อนี้เป็นสิ่งที่เครื่องคำนวณภาษีทั่วไปมักไม่ครอบคลุม และเป็นสาเหตุที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระหลายคนประหลาดใจตอนยื่นแบบ
เพดานที่คนพลาดบ่อยที่สุด
การกรอกลดหย่อนให้ถูกไม่ได้จบที่เพดานรายรายการ เพราะกฎหมายยังกำหนดเพดานรวมของกลุ่ม ไว้อีกชั้น
- กลุ่มเกษียณรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ได้แก่ RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กองทุนการออมแห่งชาติ และประกันชีวิตแบบบำนาญ คนที่ซื้อ RMF เต็ม 500,000 บาทแล้วจะซื้อประกันบำนาญเพิ่มเพื่อลดหย่อนอีกไม่ได้
- ThaiESG แยกเพดานต่างหาก ที่ 30% ของเงินได้และไม่เกิน 300,000 บาท ไม่นับรวมในเพดาน 500,000 ข้างต้น จึงเป็นช่องทางที่ยังเหลืออยู่สำหรับคนที่ใช้สิทธิ กลุ่มเกษียณเต็มแล้ว
- ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพตนเองใช้เพดานร่วมกัน ที่ 100,000 บาท โดยประกันสุขภาพเองมีเพดานย่อยอีก 25,000 บาท
- เงินบริจาคไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนอื่น รายการที่หักได้ 2 เท่าก็ยังนับรวมอยู่ในเพดานเดียวกันนี้
กองทุน SSF หายไปไหน
กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) เคยเป็นตัวเลือกยอดนิยมคู่กับ RMF แต่สิทธิลดหย่อนสิ้นสุดลงตั้งแต่ปีภาษี 2567 และไม่ปรากฏในรายการลดหย่อน ของปีภาษี 2568 อีกต่อไป
บทความสรุปภาษีจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ตยังคัดลอกข้อมูลเก่าต่อกันมาโดยไม่ตรวจสอบ หากคุณเห็นเครื่องคำนวณที่ยังมีช่องให้กรอก SSF สำหรับปีภาษีปัจจุบัน นั่นเป็นสัญญาณว่าข้อมูลไม่ได้ถูกอัปเดต
ยื่นภาษีเมื่อไรและอย่างไร
ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดจากปีภาษี โดยยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 หากมีเฉพาะเงินเดือน และยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หากมีเงินได้ประเภทอื่นด้วย การยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้ขยายเวลาออกไปอีกเล็กน้อย
แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องชำระ ผู้ที่มีเงินได้เกินเกณฑ์ก็ยังมีหน้าที่ต้องยื่น และหากภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระเป็น 3 งวด โดยไม่เสียเงินเพิ่มได้
เมื่อทราบยอดภาษีคร่าวๆ แล้ว ขั้นต่อไปที่มีประโยชน์คือดูว่าการซื้อผลิตภัณฑ์ ลดหย่อนเพิ่มอีกหนึ่งบาทจะช่วยประหยัดภาษีได้จริงเท่าไร ซึ่งขึ้นกับว่าเงินได้สุทธิของคุณอยู่ขั้นบันไดใด — ดูเครื่องมืออื่นในหมวดนี้ได้ที่ เครื่องคำนวณภาษี